ดาวอังคาร Mars
ชื่ออังกฤษ : mars
สัญลักษณ์ของดาว
สัญลักษณ์ของดาวอังคารเป็นรูปโล่และหอกใช้แทนสัญลักษณ์สากลของเพศชายเป็นดาวเคราะห์สีแดงได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามเพราะปรากฏเป็นสีแดงในท้องฟ้าอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 4

สัญลักษณ์ของดาวอังคาร
ดาวอังคาร (Mars) เป็นดาวเคราะห์สีแดง ทำให้ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นเทพแห่งสงครามและการสู้รบความแข็งแกร่ง และสัญลักษณ์ของเพศชาย ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีความเชื่อและข้อสันนิษฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วไปว่าดวงอังคารเป็นดาวที่มีสภาพเอื้อต่อการกำเนิด และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเช่นเดียวกับมนุษย์ เพราะดาวอังคารเป็นดาวดวงที่อยู่ถัดจากโลกออกไปในระบบสุริยะที่มีขนาดเล็กกว่าโลกไปไม่มาก และมีคาบการหมุนรอบตัวเองใกล้เคียงกับโลก
ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์หิน (terrestrial planet) มีชั้นบรรยากาศเบาบาง พื้นผิวมีลักษณะคล้ายคลึงทั้งหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์ และภูเขาไฟ หุบเขา ทะเลทราย และบริเวณน้ำแข็งขั้วโลก บนโลก ดาวอังคารมีภูเขาที่สูงที่สุดในระบบสุริยะคือ ภูเขาไฟโอลิมปัส (Olympus Mons) และหุบเขาลึกที่มีชื่อว่า มาริเนริส (Marineris) ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2008 มีบทความ 3 บทความตีพิมพ์ลงในนิตรสาร "Nature" เกี่วกับหลักฐานของหลุมอุกกาบาตที่ใหญ่มหึมา โดยมีความกว้าง 8,500 กิโลเมตร ยาว 10,600 กิโลเมตรนอกจากนั้นสิ่งที่ดาวอังคารมีและคล้ายคลึงกับโลกก็คือคาบการหมุนรอบตัวเองและฤดูกาล
ดาวอังคารสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีค่าความส่องสว่างปรากฏอยู่ที่ 3.0 มีเพียงแค่ดาวศุกร์ ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ที่สว่างกว่า
ข้อมูลดาวอังคาร
เส้นผ่าศูนย์กลาง 6,794 กิโลเมตร
มวล (โลก = 1) 0.107 เท่าของโลก
ความหนาแน่นเฉลี่ย 3,930 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร
คาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 687 วัน
คาบการหมุนรอบตัวเอง 24 ชั่วโมง 37 นาที
ระยะห่างจากดวงอาทิตย์เฉลี่ย 230 ล้านกิโลเมตร
ความหนาแน่นเฉลี่ย 3,930 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร
คาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 687 วัน
คาบการหมุนรอบตัวเอง 24 ชั่วโมง 37 นาที
ระยะห่างจากดวงอาทิตย์เฉลี่ย 230 ล้านกิโลเมตร
โครงสร้างดาวอังคาร
เปลือกชั้นนอกของดาวอังคารเป็นชั้นของหิน มีสีแดงเพราะเป็นออกไซด์ของเหล็ก (สนิมเหล็ก) พื้นผิวเป็นที่ราบส่วนใหญ่ มีก้อนหินเล็กกระจัดกระจ่ายไปทั่ว ชั้นกลางจะเป็นชั้นของหินซิลิเกต แกนกลางเป็นโลหะแข็ง
ดาวอังคารมีขนาดเล็กกว่าโลกราวครึ่งหนึ่ง มีความหนาแน่นน้อยกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ที่มีพื้นผิว เป็นดินหินแข็งอย่างโลก แสดงว่าแกนในคงมีเหล็กน้อยกว่า ห่อหุ้มด้วยชั้นหินและ มีผิวเปลือกบาง พื้นผิวดาวอังคารเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาต มีหุบเหว ร่องทางยาวและที่ราบ เป็นหย่อม ๆ มีภูเขาไฟ หลายแห่งโดดเด่นมาก เช่น ภูเขาไฟโอลิมปัส สูงที่สุดในระบบสุริยะ ความสูง 24 กิโลเมตร ฐานรอบ ภูเขาไฟกว้าง 600 กิโลเมตรและสูงเป็น 3 เท่าของยอดเขา เอเวอร์เรสบนโลก
ส่วนทางซีกใต้มีหลุมอุกกาบาตใหญ่มาก ชื่อ เฮลลาส (Hellas) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2000 กิโลเมตร ลึก 6 กิโลเมตร ลักษณะเด่นมากบนพื้นผิวดาวอังคารคือ หุบเหวมาริเนอร์ (Mariner) ลึกราว 2-7 กิโลเมตร กว้างราว 4,000 กิโลเมตร เป็นหุบเหวเหยียดยาวผ่ากลางดวงบริเวณ แถบเส้นศูนย์สูตรของดาวอังคาร นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ราบลักษณะคล้ายเกิดจากน้ำท่วม บางแห่งมีลักษณะคล้ายซากของชายฝั่งและท้องน้ำ พบซากของร่องทางน้ำไหลมากมายบนดาวอังคาร ทำให้สันนิษฐานว่าดาวอังคารคงเคยมีน้ำมาก่อน ในอดีตกาล
สีของดาวอังคาร
ดาวอังคารปรากฎเป็นสีแดงคล้ายสีโลหิต (ความจริงมีสีไปทางค่อยข้างส้มอบชมพูมากกว่า
ขนาดของดาวอังคาร
ดาวอังคารมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางปะมาณ 0.5 เท่าของโลกดาวอังคารมีโครงสร้างภายในประกอบด้วยแกนกลางที่มีรัศมี 1,700 กิโลเมตร
รูปร่างของดาวอังคาร
ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์หิน ( terrestrial planet ) มีชั้นบรรยากาศที่เบาบางพื้นผิวมีลักษณะคล้ายคลึงทั้งหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์และภูเขาไฟหุบขาทะเลทรายและบริเวณน้ำแข็งขั้วโลกบนโลกดาวอังคาร มีภูเขาที่สูงในระบบสุริยะ
บริวารของดาวอังคาร
ดาวอังคารมีบริวารหรือดวงจันทร์ขนาดเล็ก 2 ดวง คือโฟบอสและไดมอสโดยทั้งสองดวงมีรูปร่างที่บิดเบี้ยวไม่เป็นรูปกลม
ดวงจันทร์ 2 ดวงที่เป็นบริวาร

ไดมอส(Deimos)
-เส้นผ่านศูนย์กลาง 12.6 (10 x 12 x 16 )กม.
-น้ำหนัก 2.0E+15 กก.
-ค่าเฉลี่ยของรัศมี 23,400 กม.
-อัตราการหมุนรอบตัวเอง 30.35 ชม.
.jpg)
โฟบอส(Phobos)
-เส้นผ่านศูนย์กลาง 22.2 (27 × 21.6 × 18.8) กม.
-น้ำหนัก 1.08E+16 กก.
-ค่าเฉลี่ยของรัศมี 9,378 กม.
-อัตราการหมุนรอบตัวเอง 7.66 ชม.
ยานอวกาศที่ไปสำรวจดาวอังคาร มีหลายลำคือ
1. มาริเนอร์ 4
2. มาริเนอร์ 9
3. มาร์ส 3
4. ไวกิ้ง 1 และ 2
5. มาร์สพาทไฟเดอร์
1. มาริเนอร์ 4
2. มาริเนอร์ 9
3. มาร์ส 3
4. ไวกิ้ง 1 และ 2
5. มาร์สพาทไฟเดอร์
ชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้ม
ชั้นบรรยากาศแบ่งได้ 5 ชั้นไม่ได้แบ่งเป็นชั้นที่มองเห็นได้
1. โทรโพสเฟียร์ (troposphere)
เป็นชั้นที่อยู่สูงห่างจากพื้นดินประมาณ 15 กิโลเมตร อุณหภูมิค่อยๆลดลงตามระดับของความสูง สภาพอากาศและยังมีปรากฎการณ์ที่สำคัญคือ ลม เมฆ พายุ หิมะ
2. สตราโทสเฟียร์ (stratosphere)
มีสภาพต่ำที่สูงมีความสูงตั้งแต่15-50กิโลเมตรระดับล่างความสูง20กิโลเมตรค่อยๆสูงขึ้น
3. มีโซสาเฟียร์ (mesosphere)
บรรยายจากพื้นดิน 50-80 กิโลเมตร อุณหภูมิลดลงตามความสูง ก๊าซโอโซนจะช่วยสกัดแสงอัลตร้า ไวโอเรต(UV)จากดวงอาทิตย์
4. เทอร์โมสเฟียร์ ( ther mosphere )
มีบรรยากาศไม่ค่อยมีรอยต่อที่ชัดเจนอากาศเบาบางมากจนแทบไม่มีผลต่อยานอากาศ
5. เอกโซสเฟียร์ (exosphere)
เริ่มตั้งแต่ 500 กิโลเมตร ชั้นนี้จะเจือจางมากจะไม่ค่อยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศไม่ค่อยมีรอยต่อที่ชัดเจนอากาศเบาบางมาก จนแทบไม่มีผลต่อยานอากาศ
เป็นชั้นที่อยู่สูงห่างจากพื้นดินประมาณ 15 กิโลเมตร อุณหภูมิค่อยๆลดลงตามระดับของความสูง สภาพอากาศและยังมีปรากฎการณ์ที่สำคัญคือ ลม เมฆ พายุ หิมะ
2. สตราโทสเฟียร์ (stratosphere)
มีสภาพต่ำที่สูงมีความสูงตั้งแต่15-50กิโลเมตรระดับล่างความสูง20กิโลเมตรค่อยๆสูงขึ้น
3. มีโซสาเฟียร์ (mesosphere)
บรรยายจากพื้นดิน 50-80 กิโลเมตร อุณหภูมิลดลงตามความสูง ก๊าซโอโซนจะช่วยสกัดแสงอัลตร้า ไวโอเรต(UV)จากดวงอาทิตย์
4. เทอร์โมสเฟียร์ ( ther mosphere )
มีบรรยากาศไม่ค่อยมีรอยต่อที่ชัดเจนอากาศเบาบางมากจนแทบไม่มีผลต่อยานอากาศ
5. เอกโซสเฟียร์ (exosphere)
เริ่มตั้งแต่ 500 กิโลเมตร ชั้นนี้จะเจือจางมากจะไม่ค่อยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศไม่ค่อยมีรอยต่อที่ชัดเจนอากาศเบาบางมาก จนแทบไม่มีผลต่อยานอากาศ
ลักษณะพื้นผิวของดาวอังคาร
พื้นผิวโดยทั่วไปของดาวอังคารมีอายุเก่าแก่และเต็มไปด้วยหลุมอุกาบาตแต่มีบางบริเวณที่เป็นหุบเขาเป็นสันเขาหรือที่ราบ ที่มีอายุน้อยซีกดาวด้านใต้ของดาวอังคารเต็มไปด้วยหลุมอุกาบาตที่มีอายุแก่มากมาย บางที่ดูคล้ายกับดวงจันทร์ ซีกเหนือเป็นที่ราบที่มีอายุน้อยสามารถเปลี่ยนแปลงระดับความสูงมากของพื้นผิวบริเวณรอยต่อ
อุณหภูมิของดาวอังคาร
อุณภูมิของดาวอังคารเฉลี่ย -63 เซลเซียส
ข้อมูลอื่นๆของดาวอังคาร
ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์บนท้องฟ้าทั้งหมด มีคนเชื่อว่ามีมนุษย์อยู่บนดาวอังคาร บนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่มีโอกาสเข้ามาใกล้ๆโลกเกือบพอๆกันกับดาวศุกร์ โดยระยะใกล้ที่สุดจะอยู่ภายใน 40 ล้านกิโลเมตร เมื่อใช้กล้องโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่มีกำลังแยกภาพสูงสุดส่องดาวอังคาร เนื่องจากดาราศาสตร์ชาวอิตาลี ชื่อจิโอวานนี ชิอาพาเรลลี่ เมื่อพศ.2420เขาได้ใช้กล้องโทรทัศน์ส่งพบร่องที่เป็นเส้นตรงจำนวนมากบนพื้นผิวทำให้เชื่อว่ามีมนุษย์ดาวอังคาร เดินทางมาบุกโลก มีนักดาราศาสตร์มากมายใช้กล้องโทรทัศน์ตรวจสอบว่ามีมนุษย์ดาวอังคารหรือไม
ยานอวกาศลำแรกที่ประสบความสำเร็จในการผ่านใกล้ดาวอังคารคือยานมารีเนอร์ 4 ของสหรัฐอเมริกา ถ่ายทอดกลับมาจำนวน 22 ภาพทำให้เห็นว่ามีพื้นผิวดาวอังคารมีหลุมและบ่อมากมายต่อมามียานอวกาศมารีเนอร์อีกหลายลำต่อมาสามารถถ่ายภาพเหล่านีช่วยให้นักภูมิศาสตร์ทแผนที่ดาวอังคารได้ทั้งดวงมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆทางธรณีวิทยา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น